Auckland_er : 033

posted on 04 Jun 2011 18:41 by patzh in Auckland-er
 
7 พฤษภาคม 2554
 
 
เสียงสวรรค์จากพี่ Zoxmok แห่งซิดนีย์ส่งตรงมายังคอมพิวเตอร์ เพื่อแจ้งข่าวดีว่า 'Cut Copy' เพิ่มรอบการแสดงสดที่โอ๊กแลนด์จากวันพฤหัสที่ 26 พฤษภาคม วันเดียวเพิ่มเป็นวันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคมอีกหนึ่งวัน
 
 
อยากจะกรี๊สเหมือนฝันเป็นจริงที่กำลังจะได้ดูวงอิเล็กโทรป็อปสุดแรดแห่งมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ด้วยตาเต็มๆหลังจากที่ติดตามเพลงพวกเขาเหล่านั้นผ่านทางยูทูป มายสเปซและไพเรทเบย์มานานหลายอัลบั่ม (ใช้คำว่าทุกอั่ลบั่มน่าจะไม่ผิดนัก) หลังจากที่ได้ทราบข่าวนี้แล้วผมตั้งใจเด็ดเดี่ยวแบบไม่หลัวพายุทอร์นาโดถล่ม ผมกลับไปที่ร้านเรียลกรู๊ฟวี่อีกครั้งแต่คราวนี้ร้านสงบสุขไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนคราวก่อน ผมตรงไปที่ช่องขายบัตรที่มีพนักงานนั่งอ่านหนังสืออะไรซักอย่างอยู่
 
 
คราวนี้บัตรเหลือเพียบแน่ๆการซื้อบัตรเป็นไปได้โดยง่าย เพียงแต่ต้องแสดงบัตรยืนยันว่าอายุเกิน 20 ถึงจะซื้อบัตรได้ อาจจะเพราะว่ามันเล่นที่ผับย่านเคโร้ดด้วยแหละมั่งถึงต้องตรวจบัตรอะไรก่อนหน้านั้นแต่สุดท้ายก็ได้บัตรมาครอบครองในราคาห้าสิบเหรียญอับอีกห้าสิบเซนท์รวมค่าบริการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว (ซึ่งบัตรจำหน่ายโดยทิคเกตมาสเตอร์)
 
 
นั่นคือตอนเช้า
 
 
ตอนเย็นตั้งใจจะไปกินบุฟเฟ่ที่ร้ายเกาหลีที่วอนทำงานอยู่เพราะเริ่มข้เกียจทำอาหารแต่อย่างไรก็ดีตอนแรกว่าจะไปคนเดียวแต่ไปไปมามาก็เลยลองชวนซูกิดู ปรากฎว่าซูกิยังไม่ได้กินข้าวก็เลยไปกินด้วยกัน พอไปถึงร้านที่วอนทำงานปรากฎว่าคนเต็มมาก ซึ่งซูกิเป็นเหมือนล่ามคอยคุยกับลุงชาวเกาหลีและวอนให้ว่าเกิดอะไรขึ้น สรุปโดยง่ายว่าคนแน่นมาก ต้องจองล่วงหน้าและไม่รู้ว่าจะต้องรออีกนานแค่ไหนด้วยเลยมองหน้ากันแล้วตัดสินใจว่าย้ายไปกินอาหารไทยที่ร้านไทยคาเฟ่กันดูว่ายังไงดี
 
 
ทำให้หนุ่มไทยและสาวเกาหลีต้องเดินทางจากถนนย่านควีนสตรีทมายังแถวๆห้องสมุดพอเดินมาถึงเริ่มเอะใจเพราะทุกอย่างดูมืดมาก  เดินไปใกล้ๆปรากฎว่าร้านปิดครับ ชิบหายเลยครับทีนี้ หมดมุกเลยไม่รู้จะไปไหนต่อ ก็เลยลองถามซูกิดูว่าสนใจไปกินบุฟเฟ่ตรงมิดซิตี้หรือเปล่าแต่ว่ามันน่าจะแพงกว่ากันกับร้านของวอนพอสมควรเลยนะ คุยกันไปคุยกันมาสรุปได้ว่าโอเค ไปกินบุฟเฟ่ที่ร้านตรงมิดซิตี้
 
 
สิ่งที่น่าจดจำที่สุดของการกินบุฟเฟ่ที่ร้านตรงมิดซิตี้คือพนักงานครับ!
 
 
พนักงานสาวชาวเกาหลีที่เหมือนหลุดออกมาจากโปสเตอร์ขายของที่แปะตามหน้าร้านต่างๆ น่ารักผมยาวดำตาโนมีเสน่ห์และเป็นมิตร (อาจจะเพราะมีซูกิคอยช่วยในการถามนู่นนี่และสั่งนู่นนี่เลยทำให้ดูเป็นมิตรด้วยหละมั่ง) มากินรอบนี้อุดมไปด้วยเนื้อสัตว์อย่างจุใจ และซูกิก็กินไม่น้อยเลยทีเดียว เต็มความจุของอาหารก็ว่าได้ นั่งกินไปคุยไปใช้เวลาร่วมสองชั่วโมงเลยทีเดียว อิ่มและอืดมากก่อนที่จะคิดเงินออกจากร้าน (ตอนคิดเงินคุณพนักงานคนนั้นก็มาเป็นคนคิดเงินด้วยนะ อ๊างค์~~~~)
 
 
หลังจากที่ออกจากร้านซูกิก็บอกว่าเราควรจะเดินย่อยกันหน่อยนะก่อนที่จะกลับไม่งั้นเราจะนอนไม่หลับเพราะว่ามันอืดมาก ก็เลยเดินจากตรงมิดซิตี้ไปตรงท่าเรือเฟอรี่ดาว์นทาว์นใกล้ๆกับบริโตรมาร์ท ระหว่างที่เดินอากาศก็เริ่มเย็นลงลมก็แรงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่มันก็ไมได้หนาวเย็นมากซักเท่าไหร่ พอเดินไปถึงตรงท่าเรือผมกับซูกิรู้สึกได้ถึงลมที่มีละอองน้ำปะปนมา หลังจากที่พูดเรื่องนี้ได้ถึงสองวินาที ฝนซู่ใหญ่ตกลงมาทำให้ต้องวิ่งหาที่หลบฝน
 
 
ตลกพูดแบบนี้อาจจะดูเหมือนเอ็มวีไทยสมัยยุคเก้าศูนย์แต่มันไม่ตลกและโรแมนตกเลยครับ ฝนตกเม็ดใหญ่ไม่เหมือนกับที่ตกเป็นปกติแถมยังหนาวระยำ แถมยังอยู่ไกลจากห้องพักของเราทั่งคู่แบบคนละเรื่อง ชิบหายมากต้องรอหลบฝนซักพักแต่พอคิดได้ซูกิก็บอกว่าช่างมันเถอะ เดินๆกลับไปแบบเปียกๆเนี้ยแหละสนุกดี กลับไปค่อยอาบน้ำ ก็เลยเอาวะ เลยตามเลย เอาเข้าจริงฝนมันก็ไม่ได้แย่มาก แต่ที่แย่มากจริงๆมันคือลม แต่เมื่อเราเดินเยอะๆอุณหภูมิในร่างกายมันก็สูงขึ้นทำให้เริ่มรู้สึกโอเคกับลมขางนอกมากขึ้น แล้วสนุกกับน้ำฝนได้มากขึ้น
 
 
แม้จะหนาวเหน็บยังไงก็ตามแต่การที่ได้ลืมว่าเรารู้สึกยังไงแล้วปล่อยให้ใจมีความสุขในช่วงเวลานั้นๆมันก็คงจะดีกว่าที่ต้องเก็บอะไรบางอย่างเอาไว้คนเดียว
 
 
เป็นวันเสาร์ที่ดีและน่าจดจำวันนึงเลยทีเดียว
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet